เรื่องสยอง…คืนสยองของฉัน

 

ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ย้อนไปเมื่อสมัยตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก  ตอนนั้นฉันอยู่บ้านกับแม่และน้องสาววัย 2 เดือน  ส่วนพ่อของฉันอยู่งานศพของปู่  ซึ่งแม่และฉันไม่ได้ไปเพราะว่าแม่พึ่งคลอดน้องสาวนานได้ไม่นานส่วนฉันก็อยู่ดูแลแม่และน้องสาว ฉันยอมรับว่าตัวของฉันเป็นคนที่ขี้กลัวผีเอามากๆ  และในหัวค่ำวันนั้นฉันตระเตรียมสิ่งของจำเป็นทุกสำหรับแม่และน้องสาวมาไว้ในห้องนอน  ไม่ว่าจะเป็นยา นม น้ำเปล่า กาต้มน้ำร้อนฉันก็ย้ายเข้ามาในห้องนอนของแม่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลุกออกไปเอาในตอนกลางคืน ก่อนเข้านอนฉันปิดประตูหน้าต่างอย่างแน่นหนา  และคืนนั้นฉันก็ย้ายไปนอนกับแม่ปกติฉันนอนคนเดียว

 

จนกระทั่งประมาณ 3 ทุ่ม  บ้านตามต่างจังหวัดหากย้อนไปเมื่อ 20 กว่าปีเวลานี้จะเงียบสงบไม่ค่อยมีใครออกจากบ้านไปไหนหากไม่มีความจำเป็น  บริเวณรอบๆ บ้านจะมืดและเงียบสงัดมาก ซึ่งมันทำให้ฉันรู้สึกวังเวงน่าขนลุกแปลกๆ และเหมือนนรกจะเป็นใจให้ฉันได้เจอความน่ากลัวแบบที่ไม่อาจจะลืม น้องสาวฉันสงสัยจะกินนมเยอะเกินไปหน่อยเลยปวดท้อง แต่ฉันดันลืมเอายาแก้ท้องอืดของน้องสาวเข้ามาไว้ในห้องนอนแม่  ซึ่งขวดยาอยู่ข้างทีวีในห้องนั่งเล่นเพราะก่อนที่แม่ฉันและน้องสาวจะเข้าห้องนอนได้นั่งดูทีวีกันอยู่

 

ฉันกล้าๆ  กลัวๆ  ที่จะออกมาหยิบยาให้น้องสาว  แม่รู้ทันทีว่าฉันกลัวผีจึงบอกฉันว่าในบ้านของเราไม่มีอะไรเข้ามาได้หรอกมีสิ่งศักดิ์คอยรักษา  ถึงฉันจะกลัวผีเอามากๆ  แต่ปกติก็ไม่ได้กลัวมากขนาดนี้ สงสัยคงเป็นเพราะปู่ของฉันเพิ่งเสีย งานศพยังจัดอยุ๋ที่วัดอยู่เลย มันอาจจะทำให้ฉันกลัวมากกว่าปกติ เพราะฉันเคยได้ยินมาว่าหากคนที่เคยอาศัยอยู่บ้านเราเสียชีวิตลงเขาจะกลับมาอีกครั้งเพื่อเก็บรอยเท้าและของรักของหวงของตัวเองกลับไปตามความเชื่อของคนต่างจังหวัด

 

ฉันรีบเดินออกมาหยิบยาให้น้องสาวโดนไม่เปิดไฟ  ใช้เพียงแค่แสงไฟที่สาดออกจากห้องนอนแม่ซึ่งก็เพียงพอที่จะเห็นสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน  บ้านฉันเป็นบ้านชั้นเดียวและห้องนอนแม่ติดกับห้องนั่งเล่น  พอฉันคว้าขวดยาได้ก็รีบเดินกลับเข้าห้องนอนทันที แต่สายตาเจ้ากรรมของฉันดันเหลือบไปเห็นใต้ประตูบ้านที่มีแสงไฟสลัวๆ  เหมือนมีคนเดินผ่านๆ หน้าประตูไปอย่างรวดเร็ว  ฉันยืนนิ่งตัวแข็งอยู่หน้าห้องนอนแม่ นี่สินะอาการของคนที่เจอผี!!!

 

แม่ขณะนั้นกำลังกล่อมน้องสาวฉันหลับ  ท่านได้เห็นฉันยืนนิ่งและมองตามสายตาที่ฉันจ้องอยู่  ฉันรู้ว่าแม่เห็นเหมือนกับฉันแต่ท่านไม่พูดอะไรเพราะกลัวฉันจะช๊อคเสียมากกว่า  ท่านจึงรีบเรียกฉันให้รีบกลับเข้ามาในห้องนอน  แม่วางน้องสาวที่หลับอยู่ลงบนที่นอนและท่านก็เดินออกมาแล้วบอกให้ฉันไม่ต้องตามออกมา  แต่ฉันไม่ได้ฟังแม่แอบเกาะที่ประตูห้องนอนเพื่อดูว่าแม่จะทำอะไร

 

แม่เดินออกจากห้องนอนยืนนิ่งอยู่สักพัก  แล้วก้มตัวลงมองลอดใต้ประตูหน้าบ้านที่พอมีแสงไฟ  คงทำให้เห็นได้ชัดว่าคืออะไร  หลังจากนั้นแม่ก็หันหลังกลับและเห็นฉันแอบเกาะประตูห้องนอนอยู่  ฉันถามแม่ว่าใช่ผีปู่หรือเปล่าหรือว่าขโมย  แม่ไม่ตอบแต่ดูจากลักษณะสีหน้าของแม่คงไม่ใช่ขโมย  เพราะถ้าใช่ขโมยป่านนี้แม่คงโทรแจ้งตำรวจหรือผู้ใหญ่บ้านไปแล้ว ฉันนั่งมองหน้าแม่จนแม่หันมาพูดกับฉันว่าถ้าแม่บอกแล้วห้ามกลัวนะ  เพราะลูกขี้กลัวเหลือเกิน  ฉันสัญญาว่าจะไม่กลัวแต่ในใจฉันจะเหลือเหรอหัวใจมันเต้นไม่เป็นจังหวะจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอกเลยทีเดียว  และแม่ก็บอกกับฉันว่าเป็นปู่เขาคงกลับมาบ้านเราเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเดินทางข้ามไปยังอีกโลกหนึ่ง  ซึ่งฉันก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างที่บอกว่าเดินทางไปอีกโลกหนึ่ง แต่ที่เชื่อสนิทใจคือผีที่อยุ๋หน้าบ้านต้องเป็นปู่ของฉันแน่นอน

 

หลังจากนั้นฉันก็ไม่ออกห้องนอนอีกเลยจนเช้า  ทุกคนในบริเวณบ้านก็ตื่นหมดแล้ว  ลืมบอกไปบริเวณบ้านฉันติดกับบ้านของน้าชายและภรรยาซึ่งมีตากับยายอยู่ด้วยในบริเวณรั้วเดียวกัน หลังจากที่พ่อได้กลับมาบ้านแม่ก็ได้เล่าให้พ่อฟังถึงเรื่องที่ฉันและแม่ได้พบเจอ  แม่บอกว่าพ่อไปเอาอะไรของปู่มาหรือเปล่าเพราะพ่อเองก็เป็นคนชอบสะสมของเก่าบางทีอาจเป็นของรักของปู่เขาอาจจะไม่อยากให้พ่อก็ได้  เพราะเดิมทีปู่ไม่ค่อยรักพ่อเท่ากับพี่น้องคนอื่นๆ  โดยเฉพาะน้องชายคนสุดท้องปู่จะรักเอามากๆ  แถมปู่ยังเป็นคนเจ้าอารมย์ขี้โมโห แต่พ่อของฉันเขาก็ไม่เคยปริปากว่าอะไรเขาก็ยังรักพ่อซึ่งเป็นปู่ของฉันเช่นเดิม

 

หลังจากที่แม่ถามจนได้ความปรากฏว่าก่อนหน้านั้นพ่อเอาผ้าคลุมหน้าศพของปู่กลับมาด้วย  ซึ่งอยู่บนหลังตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของพ่อกับแม่  แม่จึงบอกพ่อว่าให้เอาไปคืนไม่ต้องเก็บไว้ในเมื่อปู่เขาไม่ให้เอามาก็เอาไปคืน  เมื่อคืนปู่วนเวียนอยู่หน้าประตูบ้านเหมือนพยายามจะเข้ามาภายในบ้านให้ได้  แม่บอกว่าเมื่อคืนแม่ออกมาดูคนเดียวทิ้งลูกไว้ในห้อง  แล้วก้อลงมองลอดประตูออกไปเห็นปู่ยืนนิ่ง  เห็นหน้าว่าเป็นปู่  ตาดุดันเหมือนโกรธอะไรสักอย่าง  แม่สะดุ้งจึงรีบลุกขึ้นแล้วรีบหันหลังเข้าห้องนอนทันที เหตุการณ์เมื่อคืนลูกก็เห็น  ลูกมีอาการกลัวมากถึงจะบอกว่าไม่กลัวก็ตาม

 

หลังจากนั้นพอพ่อจะกลับไปงานศพปู่ท่านก็ได้นำผ้าคลุมหน้าศพกลับไปด้วย  แล้วเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา  ผ่านไปได้หลายวันจนกระทั่งเผาศพปู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว  ฉันจึงถามแม่ถึงเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้ง  ถามแม่ว่าไม่กลัวผีปู่เหรอ  แม่ตอบว่าไม่กลัวหรอก  ผีเข้ามาในบ้านเราไม่ได้  เพราะถ้าเข้ามาได้เข้ามานานแล้ว  ที่แม่ตกใจแล้วรีบลุกขึ้นแล้วกลับเข้าห้องนอนทันที  แม่ไม่ได้กลัวปู่หรอกแต่ตกใจชายหญิงชราคู่หนึ่ง นุ่งขาวห่มขาวกำลังเดินมาทางที่ปู่ยืนอยู่  แม่ก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าชายหญิงชรานั้นเป็นเจ้าที่ที่คอยรักษาภายในบริเวณบ้าน

 

แม่ยังเล่าให้ฉันฟังต่ออีกว่าเคยมีคนอื่นในหมู่บ้านเห็นมาแล้ว  ตอนนั้นฉันเองยังเด็กอยู่เหมือนกัน  พ่อกับแม่เดินทางไปทำงานทางภาคใต้ได้เอาฉันไปด้วย  และฝากบ้านให้น้องชายแม่ดูแลแทนในระยะหนึ่ง  มีคนในหมู่บ้านหลายคนที่เดินผ่านหรือบางคนก็ปั่นจักรยายผ่านหน้าบ้านเราแล้วเห็นชายหญิงชรานั่งอยู่หน้าบ้าน  ผมหงอกขาวทั้งคู่  คนในหมู่บ้านนึกว่าพ่อกับแม่ให้ปู่กับย่ามาอยู่  เพราะพวกเขาก็รู้ว่าพ่อกับแม่ไปทำงานทางภาคใต้ระยะหนึ่ง  พวกเขาบอกว่าพอทักทายชายหญิงชราที่คิดว่าเป็นปู่กับย่านั้นก็ไม่ตอบได้เพียงยิ้มให้เล็กน้อย  พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจพอหันกลับมาอีกทีก็ไม่มีใครนั่งอยู่อีกแล้ว แม่จึงได้รู้ว่าชายหญิงชราเขาคือใคร  เพราะที่บ้านของเราศาลพระภูมิมีหุ่นปั้นชายหญิงชราอยู่ในนั้นซึ่งเป็นเจ้าที่เจ้าทางที่คอยดูแลภายในบริเวณบ้านและที่แน่ๆ  ท่านดุเอามากๆ ไม่ยอมให้ปู่เข้ามาในบ้านได้เลย

 

By…หัวกลม