เรื่องสยอง…เสียงของใคร

ในค่ำคืนที่ฝนตก  ชาวบ้านตามต่างจังหวัดมักชอบออกไปส่องไฟหากบหาเขียดเพื่อมาขาย  คืนนี้ก็เช่นกันฝนตกจนกระทั่งเริ่มปรอยจนเกือบจะหยุดตก  ผมก็ได้ออกไปส่องไฟหากบหาเขียดเหมือนเช่นทุกวัน

 

ในตอนแรกนั้นน้าชายกับลูกชายน้าเขามาชวนแม่ของผมไปก่อน  ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ได้ไปเพราะกำลังได้ที่ในการเล่นเกมมือถือตามประสาวัยรุ่น  แต่สักพักก็รู้สึกอยากได้เงินจากการขายกบขายเขียดและวันนี้กบเขียดก็น่าจะมีให้จับเยอะแยะ  ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมอุปกรณ์ตามออกไปทันที  ขณะกำลังจะออกจากบ้าน น้าเขยของผมก็กลับเข้าบ้านมาพอดี แกเลยขอไปด้วย  สงสัยกลับจากแอบไปดูบอลบ้านเพื่อนเป็นแน่  ตอนนั้นเวลาประมาณราวๆ 5 ทุ่ม  ผมรอน้าเขยเตรียมตัวเสร็จและออกไปส่องไฟหากบหาเขียดพร้อมกัน

 

ผมกับน้าเขยต่างค่อยๆ  เดินส่องไฟไปเรื่อยๆ  หากใครเจอก่อนก็ได้จับก่อนแล้วนำใส่ถังปิดฝาที่เตรียมมาด้วย  จนกระทั่งได้เจอแม่ของผม  น้าชายและลูกน้าชายกกำลังเดินกลับบ้านพวกเขาส่องไฟหากบหาเขียดได้มาเยอะพอสมควร ช่างน่าอิจฉาเสียจริงๆ  ผมคิดในใจรู้แบบนี้ตัดสินใจออกมาตั้งแรกก็ดี  หลังจากนั้นผมกับน้าเขยก็ต่างพากันส่องต่อไปเรื่อยๆ  ต่างคนก็ต่างจับกบจับเขียดได้เป็นกอบเป็นกำ จนกระทั่งตอนนั้นน่าจะดึกมากพอสมควร  ผมเองก็ไม่ได้พกโทรศัพท์มาด้วยหรอกครับ  เพราะฝนมันก็ยังปรอยๆ  อยู่ตลอดเวลา  นาฬิกาก็ไม่ได้ใส่  ผมจึงหันไปถามน้าเขยว่าตอนนี้ประมาณกี่โมง  น้าเขยตอบผมว่าตอนนี้น่าจะราวประมาณเกือบตี 1  คนต่างจังหวัดและคนโบราณบางทีเขาไม่มีโทรศัพท์หรือนาฬิกาเขาก็มักจะแหงนดูท้องฟ้าและพอจับเวลาได้  และกะเวลาตั้งแต่ที่พวกผมออกบ้านมา

 

ผมจึงชวนน้าเขยกลับบ้านเพราะคิดว่ามันดึกมากแล้ว และอีกอย่างพวกเราสองคนก็หากบเขียดได้เยอะพอสมควร  จึงพากันกลับ แต่เหตุการณ์ที่ผมกับน้าเขยต้องขนหัวลุกอยู่ตรงนี้แหละครับ  ผมกับน้าเขยมาด้วยกันก็จริงแต่ก็ต่างแยกออกไปส่องแต่ก็ไม่ได้ไกลกันมากนัก  ผมได้ยินเสียงคนคุยพึมพำแต่จับใจความไม่ได้ว่าคุยอะไร  ผมก็ตอบไปว่าน้าพูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย  ผมก็พูดกับเขาไปเรื่อยๆ  จนกระทั้งน้าเขยเดินมาหาผมและถามผมว่าเอ็งพูดอะไร  น้าฟังเอ็งไม่รู้เรื่องเลย  ผมก็ตอบน้าไปเหมือนกัน  แล้วน้าละพูดอะไรผมก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน  แต่ทางที่น้าเขยผมเดินมาหาผมไม่ใช่ทางที่ผมได้ยินเสียง  น้าเขยบอกผมว่าเขาเดินไปทางบึงน้ำห่างออกไปจากที่ผมยืนอยู่พอสมควร แกได้ยินเสียงกบเขียดร้องกันเลยไปดูไม่เห็นมีสักตัว  แต่ทางที่ผมได้ยินเสียงคือใกล้ๆ  ผมเท่านั้นเอง ซึ่งบึงอยู่ห่างจากผมไกลมาก ไม่มีทางได้ยินเสียงกันเป็นแน่  นอกจากต้องตะโกนดังๆ  เท่านั้น

 

ส่วนน้าเขยก้บอกผมว่านึกว่าเอ็งตามน้าไป  เอ็งไม่ได้ตามไปหรอกรึ  เท่านั้นแหละครับผมเริ่มขนลุกแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรเพราะไม่ได้ขี้กลัวขนาดนั้น  ส่วนน้าเขยผมเหรอครับแกไม่กลัวผีเลย  แกบอกกลัวคนมากกว่า  พวกเราก็เลยรีบเดินกลับบ้านโดยไม่หันหลังกลับแต่ก็ยังได้ยินเสียงคุยกันพึมพำอยู่ข้างๆ  เหมือนคุยกันหลายคน  น้าเขยพยายามเอียงหูฟังว่าพวกเขาคุยอะไรกัน  พยายามส่องไฟว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า  แต่ก็ไม่เจอคนแม้แต่คนเดียว  พอเจอเหตุการณ์แบบนี้พวกผมก็ต่างชวนกันกลับบ้านทันที

 

พอมาถึงบ้านพวกผมสองคนก็เล่าให้คนที่บ้านฟังในวันรุ่งขึ้น   ต่างลงความเห็นว่าคงเป็นผีเก่าผีแก่แถวนั้น  เขาคงคุยกันแต่พวกผมดันไปได้ยินเสียง  ถามว่ามันน่ากลัวมากไหม  สิ่งที่ผมเล่าอาจไม่น่ากลัวเท่าไร  แต่อยากให้ทุกคนที่อ่านได้ลองไปสัมผัสและอยู่ในจุดที่ผมเจอ  ในคืนที่ฝนปรอยอยู่ตลอดเวลา มีเสียงคุยกันพึมพำจับใจความไม่ได้อยู่ใกล้ๆ  หันไปทางไหนก็มืดสนิทไม่มีบ้านคน ไม่มีแสงไฟนอกจากไฟฉายที่คาดกับหัวไว้….แล้วทุกคนล่ะอยากไปส่องไฟหากบหาเขียดกับผมบ้างไหมครับ

 

By…หัวกลม