เรื่องสยอง…คุณป้าข้างเตียง

อารีรู้สึกหงุดหงิดในใจเมื่อห้องพิเศษในโรงพยาบาลไม่ว่างเลย เธอท้องเสียอย่างรุนแรงเนื่องจากอาหารเป็นพิษ จึงจำยอมต้องนอนในห้องพิเศษผู้ป่วยรวม ภายในห้องนั้นมีทั้งหมด 6 เตียง เมื่ออารีเข้ามาในห้องก็เห็นคุณป้าสองท่านและคุณตาที่นอนพักรักษาตัวก่อนที่อารีจะเข้ามา อารีได้นอนเตียงติดกับคุณป้าท่านหนึ่งเมื่อเธอเข้ามาภายในห้องนั้นคุณป้าก็ยิ้มให้กับเธอ ส่วนคุณป้าอีกท่านหนึ่งมีลูกหลานท่านมาเยี่ยม ทุกๆ คนต่างหันมามองเธอและยิ้มให้กับเธอเช่นกัน ส่วนคุณตานอนอยู่นิ่งๆ หน้าตาบึ้งตึงไม่พูดไม่จาอาจจะเป็นเพราะอาการป่วยของคุณตาก็เป็นได้

 

อารีเข้ามาทำงานในกรุงเทพ ดังนั้นพ่อแม่ของเธอจึงไม่สามารถมาเยี่ยมเธอได้ทันที จึงได้เพียงแต่โทรถามไถ่อาการตลอดเวลา สักพักเพื่อนๆ ของอารีได้มาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาลเมื่อรู้ข่าวคราวว่าเธอนอนโรงพยาบาลเนื่องจากท้องเสียอย่างรุนแรงจากอาหารเป็นพิษ เมื่อถึงเวลาเพื่อนๆ ของอารีจึงขอตัวแยกย้ายกันกลับบ้านและบอกว่าจะแวะมาเยี่ยมใหม่อีกครั้ง เมื่อเพื่อนๆ ของเธอกลับไปหมดแล้วเธอจึงนอนพักผ่อนและเผลอหลับไป จนกระทั่งพยาบาลเข้ามาปลุกอารีเพื่อตรวจดูอาการและให้เธอทานข้าวตามด้วยกินยาหลังอาหาร เมื่ออารีทานข้าวและยาเรียบร้อยแล้วจึงไม่รู้จะทำอะไรต่อ เธอรู้สึกเบื่อและเหงาจึงหยิบโทรศัพท์เล่น ตอนนี้เธอคิดเพียงแค่ว่าเมื่อไรจะได้กลับบ้าน เวลาผ่านไปราวๆ ประมาณ 18.00 พยาบาลก็เข้ามาเช็ดตัวให้กับอารี และปิดม่านให้เธอเพื่อจะได้เป็นส่วนตัวเวลานอนหลับ ตอนนี้เวลา 3 ทุ่มอารีนอนพลิกไปพลิกมาเนื่องจากนอนไม่หลับ จู่ๆ คุณป้าที่นอนติดกับอารีก็พูดขึ้นมาว่า

 

“หนูเป็นอะไรจ๊ะ”
“ท้องเสียเนื่องจากอาหารเป็นพิษค่ะ”อารีตอบคุณป้า และกำลังจะถามคำถามเดียวกับที่คุณป้าถามแต่กระนั้นแกก็ชิงตอบมาก่อนเหมือนจะรู้ว่าอารีกำลังจะถามอะไร
“ป้าเป็นโรคคนแก่นะจ๊ะ อยู่โรงพยาบาลนานมากล่ะ ไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลสักที

 

อารีกำลังคิดว่าโรคคนแก่เป็นยังไง คุณป้าท่านนั้นชวนคุยเรื่อยเปื่อยจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง เธอจึงรู้สีกง่วงและเผลอหลับไปทั้งๆ ที่ยังคุยกับคุณป้าท่านนั้นอยู่ อารีรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่นเหมือนมีคนมายืนมองดูเธอข้างเตียง เธอพยายามลืมตาให้ตัวเองตื่นแต่ก็ไม่สามารถทำได้อาจเป็นเพราะเธออ่อนเพลียจากอาการท้องเสียจึงทำให้เธอหลับลึก แต่อารีก็รู้สึกตลอดเวลาว่ามีคนยืนมองดูเธอบ้างล่ะ เดินไปเดินมารอบเตียงเธอบ้างล่ะ บางทีก็เหมือนจะมีคนใช้มือมาลูบหัวของเธอบ้างล่ะ อารีพยายามลืมตาให้ได้แต่ก็ไม่สามารถทำได้ จนกระทั่ง 06.00 เสียงพยาบาลเริ่มพูดคุยกันทำให้อารีตกใจตื่นขึ้นมาและรีบลุกลงจากเตียงและเปิดผ้าม่านที่ปิดไว้ทันที เธอรู้สึกว่าต้องมีอะไรสักอย่างแน่นอนในห้องนี้ อารีครุ่นคิดพร้อมกับพยายามเดินเข้าห้องน้ำพร้อมกับลากถุงน้ำเกลือไปด้วย แต่ก็หาคำตอบไม่ได้เธอจึงคิดว่าจะตัดสินใจถามพยาบาลว่าเข้ามาตรวจหรือดูอาการเธอหรือเปล่า เมื่ออารีกลับไปที่เตียงคุณตาที่หน้าตาบึงตึงซึ่งท่านนอนตรงข้ามกับอารีได้ถามอารีว่า

 

“เมื่อคืนนังอิ่มมันคุยกับหนูใช่ไหม” ในตอนนั้นอารีทำหน้างง แล้วตอบคุณตาท่านนั้นไปว่า “ใช่ค่ะ”
และคุณป้าอีกท่านหนึ่งก็พูดขึ้นอีกเช่นกัน
“นังอิ่มมันเอาอีกแล้วตา มันคงเห็นหน้านังหนูคนนี้แล้วคิดถึงลูกมันแน่”

 

อารียิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงรีบเปิดผ้าม่านที่ติดกับเตียงคุณป้าอีกท่านหนึ่งที่คุยกับเธอ ปรากฎว่าเตียงนั้นว่างเปล่าไม่มีใครนอนอยู่ เธอเดินเข้าไปถามคุณตากับคุณป้าอีกท่านหนึ่งว่ามันเกิดเรื่องอะไรกับเธอ แต่คำตอบที่เธอได้รับฟังมานั้นทำให้เธอต้องขอร้องหมอให้เธอออกจากโรงพยาบาลเช้านั้นทันที

 

คุณป้าท่านนั้นได้เสียชีวิตไปเกือบหนึ่งเดือนเนื่องจากโรคประจำตัวของแก คุณป้าเข้ามารักษาตัวพร้อมๆ กับคุณตา และได้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมานานหลายเดือน ลูกหลานของแกไม่ค่อยได้มาเยี่ยมสักเท่าไร แกมักจะบ่นคิดถึงลูกหลานเสมอ คุณป้าแกจะเป็นคนชอบพูดและใจดีขี้เล่นเสมอ เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้าที่อารีจะเข้ามาพักรักษาตัวก็มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 17 ปี เข้ามาพักรักษาตัวก็โดนดีเหมือนกับอารี นั่นคือสิ่งที่คุณตาและคุณป้าท่านนั้นได้เล่าให้ฟัง

 

By…หัวกลม