เรื่องสยอง…ซื้อบ้าน 2 ล้านแถมวิญญาณหลอน

ขอเล่าเรื่องที่เราจะได้บ้านหลังนี้มานะคะ

 

..เราหาบ้านมาปีกว่าๆ เห็นใครที่รู้จักก็บอกๆ หาบ้านให้หน่อยนะ ที่ไม่แพงมาก ขออยู่ในงบเงินสด ไม่อยากมีหนี้สิน หากเจอบ้านที่ถูกใจทำเลและราคาเท่างบเรามี เราจะซื้อทันที ..หลังจากนั้นเราได้รู้จักกับพี่คน1 ขอเรียกชื่อพี่หนึ่งนะคะ

 

พี่หนึ่งเป็นภรรยาคนมียศกว้างขวางและทำธุรกิจปล่อยรถเช่า เราก็เป็นลูกค้าพี่หนึ่งในบางครั้ง แน่นอนพี่หนึ่งรู้ว่าเรากำลังหาบ้านจะซื้อต่อพี่หนึ่งโทรมาบอกว่ามีบ้านร้อนเงินจะขาย เขาขายในราคา 2.5 ล้านบาท เราก็ขอไปดูบ้านเพราะราคาพอฟังได้ งบเงินสดเรามี บ้านในเมือง ทำเลเงียบสงบ แต่ก็ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แบบเดินหาได้ทั้งสวนสาธารณะ, ตลาดแหล่งท่องเทียว ทั้งกลางวันกลางคืน พอเรา ไปเจอบ้านครั้งแรก เห็นบ้านและสิ่งแวดล้อม เราตอบเอาตกลงซื้อในทันที

 

แต่ปัญหาที่มีก็ได้พบ ..คือ ..บ้านและโฉนดที่ดินด้านหลังติดจำนอง! คนที่ต้องการขายให้เราเป็น..เจ้าหนี้! พี่หนึ่งเป็นนายหน้า! คำถามเรา แล้วเจ้าของบ้านที่ดินตัวจริงไปไหน?… คำตอบคือ ..เจ้าของที่ดินเจ้าของโฉนดอยู่ในคุก ติดคุก! เป็นชายวัย 72  ปี ติดคุกมาแล้ว 3 ปี บ้านหลังนี้การก่อสร้าง ดีมากๆ เล่นระดับดี ทำรั้วรอบสูง เหล็กทุกเส้นแข็งแรง แบบบ้านคนรวยสมัยเก่า ประตูรั้วเหล็กรีโมทหรูหรา แต่สภาพบ้านเก่ามากๆ ..สีซีด บนบ้านที่เป้นไม้ปลวกกินเกือบทั้งหมด แต่บ้านยังคงดูดี หลังคาซีแพ็คลอนสวยไม่มีรั่ว น้ำไหล สภาพ รวมๆ สมกับเป็นบ้านคุณนายบ้านยศนายชั้นผู้ใหญ่เก่า บ้านถูกปิดตายมานาน มีหลานชาย วัย 17 ปี อยู่คนเดียว มา 3 ปี ภรรยานายตำรวจที่อยู่ในคุกเป็นอัมพาต มารู้ทีหลังว่าสามีติดคุก ภรรยาเส้นเลือดสมองแตก เลยทำให้นอนเป็นอัมพาตมา 2 ปีกว่าๆ แล้ว ลูกๆ ก็เอาไป รักษา ที่ กทม. หลานวัย 17 ปี ก็อยู่บ้านหลังนี้คนเดียว

 

ขอเล่าลักษณะ บ้านนะคะ
บ้านชั้นบนเป็นไม้ จะมี 4 ห้องนอน ..เดินขึ้นบันไดซ้าย 2 ห้องนอน ขวา 2 ห้องนอน (ไม่มีห้องน้ำชั้นบน) ชั้นล่างก็จะมีห้องโถง ห้องครัวและอีก 1 ห้องนอน ข้างๆ บันไดจะขึ้นชั้น 2 …ห้องนี้แหละค่ะ ที่ใช้นอนของหลาน แต่หลานชายก็จะไม่เคยขึ้นไปบนบ้าน และจะมานอนบ้านเป็นบางวัน เด็กผู้ชายก็จะไปนอนกับเพื่อนๆ มากกว่า

 

มาเรื่องบ้าน พอเรารู้ว่าบ้านติดจำนอง คนที่จะขายก็อยากได้เงินคืน เพราะเป็นเจ้าหนี้ เจ้าของบ้านอยู่ในคุก เราก็ไปเดินเรื่องที่กรมที่ดิน สอบถามว่าจะซื้อขายได้ยังไง พี่หนึ่งก็พาเราเข้าไปในเรือนจำเอาเอกสารไปให้ลุง ว. เซ็นต์ ลุง ว. เป็นชื่อของเจ้าของบ้านนะคะ เจ้าหนี้คือลุง ต. พี่หนึ่งก็รู้จักทั้งสองท่าน พี่หนึ่งก็พาเราวิ่งไปหาลุง ว. ไปให้ท่านเซ็นต์ยินยอมตามกฏหมายและมาซื้อขายกันในกรมที่ดิน ทั้งไถ่ถอนและซื้อขาย เป็นไปตามมวลกฏหมายถูกต้องจนเราได้บ้านหลังนี้มาครอบครอง

 

เรื่อง สยอง ก็เกิดขึ้นค่ะ..
วันแรกที่เรา ไปดูบ้าน เราขึ้นไปบนบ้าน ของทุกชิ้นยังอยู่ครบ ให้เพื่อนๆ นึกภาพนะคะ ของทุกชิ้นอยู่ครบเพราะเจ้าของบ้านลุง ว. ติดคุก ภรรยาก็เส้นเลือดสมองแตก เป็นพิการไม่มีการโยกย้ายสิ่งของที่นอน เสื้อผ้าหรือ ฯลฯ ที่สำคัญ อีก 1 ห้องชั้นบนเป็นห้องพระ เป็นห้องพระที่น่ากลัวมากๆ มีพระวางอยู่พื้น พระแต่ละองค์ ท่าทางจะเก่าแก่มากๆ มี 5-7 องค์ และมีพานทอง-เงิน 2-3 อันตั้งอยู่ มีห่อผ้าทั้งขาว -แดง ผ้ายันต์ ห่ออะไรสักอย่างอยู่ในนั้น มีโต๊ะบูชาพานที่มีรูปผู้หญิงภาพขาว-ดำวางอยู่ มีคำหมากพลูแห้งเขรอะ ฝุ่นเขรอะในทุกซอก หน้าประตูห้องมีลงขระยันต์ไม่รู้ภาษา แต่มีแค่ห้องนี้ห้องเดียวนะคะ.. และห้องพระนี้ ก็อยู่ตรงห้องนอนชั้นล่างที่มีแค่ห้องเดียวชั้นล่างนั้น วันที่ขึ้นไปดูบ้านก่อนโอนบ้าน น้าๆ ผู้หญิงก็ขึ้นไปด้วย ของรกมากๆ แต่ในห้องพระญาติๆ เราทุกคนบอกว่าน่ากลัวจัง

 

.. ก็ผ่านไป…กระทั่งเราซื้อแล้วโอนแบบเร็วๆ .. แต่สิ่งที่เราได้คือของทุกชิ้น ที่ทางเจ้าหนี้หรือหลานชาย ลูกๆ ของ ลุง ว. ไม่เอาไปเพราะสิ่งของ ฯลฯ เยอะมากๆ บวกกับเจ้าหนี้ก็ไม่สน ขอให้โอนเสร็จก็จบ…. พระถูกขนออกไป ของบางส่วนน้อยนิดถูกเอาออกไป..แค่นั้น..ที่เหลือเราต้องขนทิ้งเอง สุดท้ายเราต้องจ้างรถ 6 ล้อไปขนทำความสะอาดบ้าน ญาติๆ พี่น้องในหมู่บ้านอีก 14 คน ไปทำความสะอาด ทุกคนไปถึงก็พากันรื้อเอาสิ่งของที่ยังดีๆ อยู่ อันไหนไม่เอาก็ทิ้ง ที่ขนทิ้งมีแต่ของดีๆ เช่น รูปรับปริญญา ของลุง ว. และ รูปรับยศศักดิ์ สิ่งของที่เจ้าของบ้านเสียดายมาก แต่ แต่มันไม่ใช่ส่วนของเรา ก็เก็บทิ้งๆ ทั้งหมด 5 เที่ยว รถ 6 ล้อ ที่ต้องเอาขนไปทิ้งบ่อขยะ

 

ส่วนดีๆ เช่น พรมดีๆ ประมาณ 20 ผืน หรือ เสื่อผ้า ดีๆ ญาติๆ เราขนเอากลับไปบ้าน ได้  2 เที่ยวรถ 6 ล้อ.. เอาไปใช้เอง..นี้คือเรื่องจริงๆ เราไม่สนใจจะเอาของพวกนี้ เราต้องการแค่บ้าน ที่โล่งๆ สะอาดๆ ทำเสร็จ ในวันที่ 4 คนงาน 14 คน ในที่สุดบ้านเราก็สะอาดมากๆ แต่ยังคง ความเก่า ของสภาพบ้าน บ้านโล่ง ไม่มีอะไรเลย ในตอนนี้ห้องนอนชั้นบนเปิดทิ้งไว้ทั้ง 4 ห้อง ห้องพระ ไม่มีพระแล้ว โล่งๆ เราก็มา จัดห้องข่างล่างไว้นอน ส่วนข้างบนไม่ขึ้นไปเหยียบเลย ขึ้นไปเฉพาะกลางวัน เนื่องด้วยสภาพบ้านหลังใหญ่อึมครึมอยู่แล้ว ขนาดบ้านโล่งๆ ยังวังเวงมากๆ เราก็ย้ายเข้าอยู่ หน้าบ้านก็มีเพื่อนบ้าน แต่ค่ำมานิดๆ ก็ปิดบ้านเงียบสนิท เราก็อยู่ในบ้านที่วังเวง เราย้ายเข้าไปนอน หลังจากที่ จัดแต่งห้อง ข้างล่าง เสร็จติดทีวีติดวอลฯ เราเข้าไปอยู่กับลูกชายค่ะ นอนห้องเดียวกัน แต่คนล่ะเตียง……… เรื่องหลอนๆ เริ่มต้นขึ้น

 

ครั้งที่ 1.. ญาติเราที่ไปทำสะอาดมีคนนึงบอกว่า ทำสะอาดเอาไม้ถูพื้น ถูๆ อยู่ก็มีคนมาตบที่ก้นแปะ1.. ญาติคนนี้อายุน้อยกว่าเรา .. วิ่งหน้าตาตื่นลงมาข่างล่างบอกว่า มีคนตบก้น .. ทุกคน หัวเราะ ไม่มีใครเชื่อ.. วันที่ 2 ทำสะอาด ญาติคนนี้ไม่มา ..เราให้ค่าแรง 400 ต่อวัน เธอก็ไม่มา…

 

ครั้งที่2.. ญาติเราอีกคน มีศักดิ์เป็นน้า ญ. ขึ้นไปทำสะอาดห้องพระ ไปเห็น ซองสีขาว เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน.. ญาติญ. คนนี้เปิดดู .เจอรูป ที่โดนตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ตัดชิ้นเล็ก ต่อไม่ได้ แต่รู้ว่าเป็นรูปภาพคน .. พร้อมคาถาสาปแช่ง .. ญาติญ. บอกขนลุกมากเหมือนทำพิธี สาปแช่งคน..

 

ครั้งที่3.. ตั้งแต่เราเข้าไปอยู่ เราจะขนลุกมากๆ เวลาอยู่ในบ้าน เรารู้สึกเหมือนมีคน อยู่ด้วยมองเราตลอด..และเราจะได้ยินเสียงบนบ้าน กุกๆกักๆ ตลอด .. แต่เราก็เฉยเพราะจะมีนกพิราบมานอนใต้ กันสาดทุกคืน เราก็ไม่คิดมาก แต่ทุกคืนเราจะได้ยินเสียงลูกแก้วหล่นลงพื้นกลางบ้านชั้นบน แล้วเสียงกลิ้งแกร๊งงๆๆๆๆ ไปมา แล้วก็เงียบ..คือบ้านชั้นบนไม่มีอะไรเลยนะคะ โล่งๆ สะอาดอย่างที่บอก

 

ครั้งที่4..ลูกชายเรา จะชอบกลับบ้านดึกๆ 4-5 ทุ่ม เราก็จะไม่นอน นอนไม่หลับ ต้องรอเปิดประตูให้ลูกทุกคืน มีวันนั้นเสียงบนบ้านดังตึงๆๆ กุกๆกักๆ แรงขึ้นๆ เราก็คิดตลอดว่านกพิราบมันจิกกัน ..เรานอนเปิดไฟทุกดวงในชั้นล่างตัวแข็งอยู่ ก็ได้ยินเสียงเหมือนใครเอาอะไรแข็งๆ ฟาดลงที่กรงประตูหรือพื้นบ้านชั้นบน มันดังมากๆ ..ดัง โป๊กๆๆๆ ..คือตั้งใจฟังก็รู้ว่าอยู่ในบ้านเรานี้ล่ะ.. เรากลัวมากๆ ไม่กล้าออกมาดู แต่เปิดประตูห้องนอนชั้นล่างนอนตัวแข็งฟังอยู่ ..อีก 5 นาที ลูกชายก็ขับรถมา เสียงเงียบไปได้นาทีกว่าๆ เอง ..พอลูกชายมา ไม่มีเสียงสักแอ๊ะ..

 

ครั้งที่ 5.. เพื่อนลูกชายมาบ้าน 4คน..เราก็บอกลูกว่าแม่จะเอาข้าวไปให้หมาที่เลี้ยงไว้บ้านยาย อยู่บ้านอย่าเพิ่งไปไหนนะ ตอนนั้นประมาณ 5โมงเย็นกว่าๆ .. ลูกๆ ก็เล่นกัน บนบ้าน จะเป็นลานไม้ โล่งๆ ..พอเรากลับมา บ้านเงียบมาก ทุกคนหายหมด..เราโทรหาลูก ลูกชายบอกว่าแม่ๆ เพื่อนๆ มันร้องไห้จะหนีออกจากบ้าน เราก็ว่าทำไมล่ะลูก?.. ลูกชายบอก เพื่อน 2 คน มองเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทย มงกุฏ ชฏาทอง ชุดทองระยิบ ยืนยิ้มอยู่ ในห้อง เราก็ถามห้องไหน?.. ลุกชายบอกห้องแรก ..(ห้องพระเก่า) ลูกชายไม่รู้ว่านี้ คือห้องพระ เราก็ดุลูกชายไปว่าตาฝาดเมากันรึเปล่า ลูกชายบอกเห็นพร้อมกัน 2 คน.. เพื่อนลูกชาย 2 คนนั้นไม่มาบ้านอีกเลย..

 

ครั้งที่6.. เราต้องไปทำงานที่ต่างประเทศ  ลูกชายก็ต้องอยู่บ้านคนเดียว กลางวันจะมีญาติผู้ใหญ่ไปทำสะอาด และอยู่กับลูกชาย.. แต่กลางคืน ต้องนอนในห้อง ปิดบ้านอยู่คนเดียว..ลูกชายก็ชอบเอาเพื่อนมานอนด้วยเป็นบางคืน..1-2 คน..เราก็ไม่ว่า ผ่านไป 1 เดือน .. ทุกครั้งลูกชายจะนอนกับเพื่อน …มาช่วง 5 คืนแล้ว ที่ลูกชายนอนคนเดียว.. ลูกบอก ไม่เห็นเป็นไรบ้านตัวเอง.. ลูกชายเขียนรายงานส่งด้วย ไม่อยากให้เพื่อนมารบกวน เราจะสอนลูกว่าบ้านตัวเองอย่ากลัว.. ลูกชายเป็นคนไม่กลัวเรื่องพวกนี้นะคะ .. รู้นิสัยลูก..แต่มาเมื่อวานลูกชายคุยโทรศัพท์เสียงสั่นๆ (ลูกชาย วัย 16) ..บอกว่าแม่บนบ้านมีอะไรก็ไม่รู้มีเสียงสวดเหมือนคนพูดๆ ท่องคาถา.. แล้วก็มีเสียงคนเดินดังมาก .. เราก็ปลอบลูกว่าเสียงนกน่ะลูก .. ลูกบอกไม่ ไม่ แม่ นั้นมัน ไม่ใช่ .. ลูกชายบอกหลอนมากน่ากลัวมาก เราก็ถามลูกว่าอยู่มาตั้งนานทำไมเพิ่งมากลัว มาเจอ.. ลูกชายบอก เพราะไม่เคยคิดจะกลัวไง.. แต่นี้มันเจอจังๆ เกิน ..หลอน สยองมากๆ แม่ .. ลูกชายบอกนอนคนเดียวไม่ได้แล้ว..

 

เราก็ห่วงลูกมาก แต่ก็พยายามพูดปลอบลูกว่า นี่บ้านเรานะลูกอย่ากลัว.. ลูกชายเป็นเด็กเข้มแข็งนะคะ เข้าป่าล่าสัตว์ดึกๆ ลูกก็ทำมาแล้ว แต่ครั้งนี้ดูลูกจะกลัวมากจริงๆ ลูกเจอเมื่อวันพระที่ผ่านมานี้เองค่ะ เต็มๆ

 

จากประวัติบ้าน มาที่เรื่องเจ้าของบ้าน สมัยที่ลุง ว. ยังไม่ติดคุก ลุงเป็นคนชอบห่มขาวสวดมนต์ (เราเพิ่งมารู้)..และ ภรรยาของลุง ว. ที่เป็น อัมพาตมา 2 ปีกว่าๆ ..เส้นเลือดสมองแตก (พูดไม่ได้ แต่ฟังได้) หลังจากที่ขายบ้านให้เราได้ ลูกๆ ก็ไปบอกภรรยาของลุง ว. 1 อาทิตย์ต่อมา ท่านก็เสียชีวิต ..จากที่นอนพิการมานาน..2 ปีกว่าๆ หนี้ที่มี 1.4 ล้านบาท.. ลุง ว. ติดคุก ภรรยาพิการ บ้านหลังนี้ติดจำนอง มีคนมาดูจะซื้อ 10 กว่าๆ ราย..แต่ทุกคนต้องถอย เพราะซื้อได้ต้องเงินสดๆ เท่านั้น เงินผ่อนกู้เข้าธนาคารไม่ได้เลย สุดท้ายเราได้มาครอง แต่เรื่องสยองยังไม่จบนะคะ เราควรทำไงดี?.. ตอนนี้ลูกชาย มีท่าทีกลัวบ้านมากๆ เราจะ ขอญาติให้ไปนอนกับลูก ตอนนี้ก็จะกลับไปทุบสร้างใหม่ทั้งหลัง แต่ขอทำงานเก็บเงินก่อน บ้านก็พออยู่ได้นะคะ แต่สยองหลอนจริงๆ

 

Cr…Rakdara.net