เรื่อง…ยายจ๋า

 

ฉันเพิ่งจะเสียคุณยายเมื่อไม่นานมานี้เอง  ยายจากไปอย่างกระทันหันโดยที่ทุกคนต่างคิดว่ามันเร็วเกินไปที่จะทำใจได้ ก่อนที่ยายจะเสียชีวิตท่านได้นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียง  ข้าวปลาอาหารหรือแม้แต่น้ำท่านก็กินไม่ได้ ลูกหลานที่มาเห็นต่างก็ทำใจไม่ได้ไม่สักคน  ยายท่านยังไม่อยากเสียชีวิตแต่ท่านพยายามสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่ท่านต้องเผชิญ  แต่สุดท้ายท่านก็จากไปอย่างสงบโดยล้อมรอบด้วยลูกหลานที่มาพร้อมหน้ากันอยู่ข้างกายท่าน

 

ก่อนหน้าท่านจะเสีย 1 วัน ในค่ำวันนั้นประมาณ 1 ทุ่มฉันได้เดินไปบ้านยาย  ซึ่งมีแม่กับน้าชายนั่งอยู่หน้าบ้าน ฉันทักทายน้าชายกับแม่และเดินเข้าไปในบ้านกะว่าจะนั่งพูดคุยกับยายถึงแม้ท่านจะโต้ตอบไม่ได้ก็ตาม  ขณะนั้นฉันยังไม่ทันได้นั่งลง  ยายก็มีอาการกระตุก และหายใจติดๆ ขัดๆ  เหมือนมีเสมหะอยู่ในคอ  ในตอนนั้นใจฉันตกใจหน้าซีดและผงะถอยออกมา จนแม่กับน้าชายเห็นและถามฉันว่ามีอะไร  ฉันตอบไปตามที่เห็น แม่ของฉันรีบเดินเข้ามาดูยายทันที  แล้วฉันก็เข้าไปนั่งลงข้างๆ  ยายและจับมือยาย ตอนนั้นมือของยายท่านแข็งไปหมดแล้วและเริ่มเขียว  ฉันถามแม่ๆ  น้ำตาคลอบอกกับฉันว่ายายอาจจะไม่พ้นคืนนี้  กลิ่นตุๆ  เริ่มออกจากตัวยายเพราะข้างในของยายเน่า  ระบบภายในของยายไม่ทำงานอีกแล้ว  แต่ทุกคนไม่ได้รังเกียจยายแม้แต่น้อย  จากที่ฉันจับมือยายไว้ก็เริ่มสำรวจร่างกายของยาย  ฉันจับเท้า จับตัวยาย  ทุกส่วนของยายตอนนี้เริ่มแข็งและเย็นไปหมดแล้วจริงๆ

 

ฉันขอตัวเดินลงมาที่บ้านตัวเองแปปนึงไม่ถึง 10 นาที เพื่อที่จะตามพี่สาวและน้องสาวของฉันขึ้นไปดูยายพร้อมกัน  ตอนนั้นพี่สาวฉันบอกว่ายังไม่ขึ้นไปรออีกสักพัก  แต่ฉันบอกว่าขึ้นไปเถอะไปดูยาย ฉันบอกพี่สาวในสิ่งที่ฉันเห็นตั้งแต่เดินเข้าไปถึงบ้านยาย  พี่สาวจึงไปพร้อมฉันเลยทันที เมื่อไปถึงบ้านยายฉันแม่พี่สาวและตามด้วยน้องสาวที่เพิ่งมาถึงก็นั่งข้างๆ  ยาย  ยายหายใจเริ่มรวยริน  ไม่นานก็มีลูกสาวของยายอีกคนซึ่งเป็นน้าสาวของฉันได้เข้ามาอีกคนพร้อมกับน้าสะใภ้  ทุกคนที่เหลือก็เริ่มตามกันเข้ามาภายในบ้านยายทีละคนๆ  จนครบทั้งหมด 12 คน

 

จากนั้นยายที่หลับตาอยู่ตลอดเวลาก็พยายามค่อยๆ  ลืมตาขึ้นอีกครั้ง โดยที่น้องสาวของฉันนั่งใกล้ท่านที่สุด  น้องสาวพูดเสียงดังด้วยความตกใจ  ยายลืมตาแล้วๆ แต่การหายใจของยายท่านรวยรินเหลือเกิน  ท่านลืมตาขึ้นอีกครั้ง ท่านพยายามมองทุกๆ  คนที่อยู่ล้อมรอบตัวท่าน  ไม่ถึงหนึ่งนาทีได้ท่านก็เริ่มหลับตาลงอีกครั้งพร้อมกับการที่ท่านหยุดหายใจทุกคนต่างร้องไห้กันออกมาแม้แต่ตัวฉันก็ร้องไห้  แม้แต่ตอนนี้ที่กำลังบอกเรื่องราวของยายก็ยังคงมีน้ำตาไหลออกมา

 

แม่บอกให้ฉันโทรตามพ่อของฉันกับน้องเขยและหลานชายอายุ 6 ขวบที่ยังไม่ได้มาบ้านยายให้มาทันที  พ่อกับน้องเขยและหลานชายขึ้นมาไม่ทันยายเสียเพราะตอนที่ฉันโทรไปนั้นหลานชายดันรับสายแทนที่จะเป็นพ่อหรือน้องเขย  สักพักน้องเขยก็โทรกลับเข้ามา และเล่าให้ฟังว่าได้ยินเสียงเหมือนคนร้องไห้อยู่ข้างๆ ห้องนอน  ขอเล่านิดนึงว่าด้านบนห้องนอนของน้องเคยเคยเป็นบ้านเก่าของยายมาก่อน แต่ได้ทุบทิ้งและมาสร้างใหม่อยู่เลยบ้านของฉันขึ้นมาไม่ไกลนัก  แต่ฉันเองไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะมัวคิดแต่เรื่องยายจึงรีบบอกให้มาบ้านยายทันที  หลังจากนั้นเมื่อครบกันทุกคนก็ได้ร่ำลายายอีกครั้ง  จนเวลาผ่านไปหลังจากเสร็จงานศพของยายได้เพียงแค่ 3 วัน ก่อนที่จะเข้าไปเก็บขี้เถาที่ป่าช้า ตามต่างจังหวัดเขาจะทำกันแบบนั้น  เขาจะหาวันดีวันไม่ดีเสียก่อนว่าจะทำได้ไหม ในคืนนั้นบ้านของยายที่มีหลานชายกับน้องสะใภ้อยู่ด้วยเขาไม่กล้าอยู่ภายในบ้าน  จึงขอให้น้าสาวไปนอนด้วยซึ่งน้าสาวกับครอบครัวก็ไปนอนเป็นเพื่อน

 

จนกระทั่งประมาณตี 2 น้าสาวบอกว่าขณะที่นอนอยู่นั้นได้ตกใจตื่นนอนแล้วได้ยินเสียงลมกระทบประตูบ้าน  สักพักเหมือนคนเดินอยู่บริเวณข้างบ้าน  เสียงฝีเท้าเบามากๆ  เดินไปทางด้านหลังบ้านเข้าไปในครัว  จากนั้นก็ได้ยินเสียงถ้วยชามช้อนดังก๊อกๆ แก๊กๆ  ด้วยความที่อยากรู้จนคิดว่าอาจจะเป็นขโมยหรือเปล่า  แต่ถ้าเป็นขโมยทำไมหมาที่เลี้ยงไว้ 2 ตัวไม่เห่าเลย ก็ยังเห็นนอนอยู่ น้าสาวเขาบอกว่าแอบเปิดผ้าม่านประตูดูนิดๆ  เห็นหมาที่เลี้ยงไว้กระดิกหางดิ๊กๆ  ร้องหงีดๆ  ด้วยความดีใจ น้าสาวบอกว่าเขามองตามสายตาของหมาพวกนั้น  ถึงเขาอาจจะเห็นไม่ชัดเจนนักแต่ความรู้สึกว่านั้นคือ…ยาย  ยายกลับมา

 

น้าสาวบอกว่าหากถามว่ากลัวไหม  เขาก็ตอบได้เต็มปากว่าไม่กลัวเท่าไร  คำว่าเท่าไรของเขาก็คือถ้าเจอจังๆ ก็วิ่งป่าราบได้ทันที  ตอนนั้นเขาบอกว่าเขาก็คลานกลับมานอนเช่นเดิมจนรุ่งเช้าแล้วเล่าให้ทุกๆ  คนฟัง  เมื่อเรื่องนี้ถึงหูพี่สาว  คนที่ชอบเรื่องลี้ลับก็ไม่วายที่จะไปถามคนทรง  ฉันไม่ได้ไปกับทุกคนในวันนั้นเพราะฉันไม่ค่อยชอบแต่ก็ไม่ได้หลบหลู่ อีกอย่างฉันกลัวด้วยจึงได้แค่ฟังจากพี่สาวที่เขาไปมา  ซึ่งพี่สาวเล่าว่าหลังจากคนทรงกลายเป็นยายไปแล้ว  ยายก็เริ่มพูดว่าหิวน้ำไม่ได้กินน้ำมาตั้งนาน  ที่จริงเขายังไม่อยากตายยังอยากอยู่ไปนานๆ  แต่ตาที่เสียไปก่อนหน้าก็ได้ชวนไปอยู่ด้วยบอกว่าอยู่ไปก็ไม่หายทรมานเสียเปล่าๆ และคนที่ทำให้ยายเป็นแบบนี้ก็ตานั้นแหละ ผีตาผลักยายล้มจนทำให้ยายเป็นแบบนี้  ซึ่งเป็นอีกข้อหนึ่งที่คนทรงก็ไม่มีทางรู้ได้ว่าตาฉันเพิ่งเสียไปก่อนยาย 4 เดือนเอง ตาเป็นคนขี้หวงถึงแม้จะแก่แล้วก็ตามแต่ตาจะรักยายมาก  ยายบอกว่าปวดขาที่ล้มและหลานชายชอบเอาแต่ยาแก้ปวดให้กินตลอด  กินๆ ไปก็ไม่หายซึ่งข้อนี้หลานชายที่ไปด้วยก็รู้ตัวดีว่าใช่

 

ยายยังบอกอีกว่าวันนั้นไปหาที่บ้านเคาะประตูบ้านตั้งนานไม่มีใครเปิดให้จะมาร่ำลาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วอาจจะไม่กลับมาอีกยายบอกว่าสงสัยจะนอนกันหมดเลยเดินไปทางหลังบ้านเก็บถ้วยเก็บช้อนครั้งสุดท้าย  นั้นแหละค่ะมันคือวันเดียวกับที่น้าสาวฉันเห็น  ยายบอกว่ายังได้คุยกับหมาสองตัวอยู่เลย  ยายบอกว่าโลกทางฝั่งคนตายกับคนเป็นจะสลับกัน  ถ้าฝั่งคนเป็นเป็นกลางวันผั่งคนตายก็จะเป็นกลางคืน  ยายบอกกับทุกคนว่ารักกันเยอะๆ  อย่าทะเลาะกัน  หลังจากที่ทุกคนที่ไปวันนั้นได้นั่งคุยกับยายสักพัก  ยายก็บอกว่าเขาจะไปแล้วนะต้องเดินทางข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่ง  จะมีคนมารับไม่ต้องเป็นห่วงหรอกยายไม่มาให้เห็นหรอกถ้าจะไปเยี่ยมก็จะไปเงียบๆ  ยายเหมือนจะรู้ว่าลูกหลานส่วนมากจะขี้กลัวโดยเฉพาะเรื่องผีๆ  และตั้งแต่นั้นมาลูกหลานทุกคนก็ไม่เคยเจอยายแม้แต่ในฝันก็ไม่เคยฝันเช่นกัน

 

นั้นแหละค่ะคือเรื่องของฉันมันอาจจะไม่น่ากลัวแต่ก็มีทั้งความรักความโศกเศร้าเข้ามาปะปน  และเรื่องราวนี้ก็เป็นความจริงซึ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง

 

ด้วยรักและอาลัยยายจัน

 

By…หัวกลม