เรื่องลี้ลับ…ผีช่วยสร้างโบสถ์วัดกลางบางแก้ว

เรื่องลี้ลับเกี่ยวกับจิตวิญญาณนี้เป็นเรื่องเกินคาดเดา ผู้ที่ไม่เคยพบเห็นด้วยตนเองก็ยากที่จะเชื่อ เรื่องที่นำมาบอกเล่านี้เกิดขึ้นราวปี พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๐๘ ณ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ในสมัยหลวงปู่เพิ่ม ปุญญวสโน เป็นเจ้าอาวาสปกครองอยู่ สำหรับหลวงปู่เพิ่มนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าท่านเป็นพระปฏิบัติดีมีเมตตาสูง ในช่วงเวลานั้นพระอุโบสถ วัดกลางบางแก้ว กำลังชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก เพราะสร้างมานานนับร้อยปี สภาพของโบสถ์ในเวลานั้นทรุดโทรมขนาดที่พระเณรไม่กล้าเข้าไป หลวงปู่เพิ่ม ท่านเกิดความวิตกกังวลเรื่องโบสถ์นี้มาก ด้วยเวลานั้นทางวัดก็ขาดทุนทรัพย์เพื่อใช้ในการซ่อมแซม ปัจจัยที่ญาติโยมนำมาร่วมบุญกันก็ยังไม่พอ ต้องเรี่ยรายสะสมปัจจัยกันอีกนานหลายปีกว่าจะพอ

 

 

ความกังวลใจที่เกิดขึ้นทำให้ท่านทุกข์ใจ เป็นห่วงโบสถ์โบราณก็ห่วง ทั้งยังห่วงพระเณรญาติโยมที่อาจได้รับอันตรายหากโบสถ์พังลงมา เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เชื่อว่าวิญญาณภายในวัดเขาคงรับรู้ เพราะในรุ่งสางวันหนึ่ง หลวงปู่เพิ่ม ได้ยินเสียงพวกหมาในวัดเห่ากันเสียงขรมจนผิดสังเกต ท่านจึงเดินมาชะโงกมองดูจุดที่พวกหมามันเห่า ก็เห็นพวกหมาวิ่งกรูกันไปรุมเห่าอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างกุฎิ หมาบางตัวพอเห็นหลวงปู่เพิ่มเดินมาก็แสดงอาการแปลกๆ มันเห่าที่ใต้ต้นไม้ แล้วหันกลับวิ่งมาหา หลวงปู่เพิ่ม แล้วใช้เท้าหน้าสะกิดเขี่ยๆ คล้ายชักชวนให้เดินตามไปดู พอเห็นหลวงปู่เพิ่มยืนเฉยมันก็วิ่งเห่ากลับที่ใต้โคนต้นไม้ แล้ววิ่งกลับมาหาท่านทำสลับไปๆ มาๆ หลายครั้งจนหลวงปู่เพิ่มท่านนึกสงสัย

 

 

หลวงปู่เพิ่ม จึงเดินมาดูที่โคนต้นไม้ใหญ่นั้นก็เห็นว่า ที่เนินดินติดกับโคนต้นไม้ซึ่งมีหญ้าขึ้นปกคลุมนั้น พื้นดินมีรอยยุบตัวลงไปเป็นโพรงขนาดย่อมๆ หญ้าที่คลุมผิวดินบริเวณนั้นดูคล้ายมีใครถากหญ้าที่คลุมอยู่ออก เมื่อมองเข้าไปในโพรงดินแลเห็นมีไหกับโอ่งใบย่อมๆ วางระเกะระกะอยู่ ๒-๓ ใบ เมื่อเพ่งมองดูเป็นว่าไหและโอ่งเหล่านั้นบางอันฝาปิดอยู่มิดชิด แต่บางอันฝาก็เผยอแง้มออก หลวงปู่เพิ่ม จึงก้าวลงไปในโพรงดินแล้วลองเปิดฝาโอ่งที่แง้มอยู่นั้นดู เมื่อมองเข้าไปก็ต้องตกตะลึง

 

 

เพราะภายในโอ่งนั้นมีเงินกับทองรูปพรรณโบราณบรรจุอยู่เต็ม สิ่งของภายในโอ่งนี้มีคุณค่าราคาสูง เมื่อลองขยับไหที่ปิดสนิทอยู่ก็รู้สึกว่ามีน้ำหนักมาก และหากมีของมีค่าอยู่ภายในโอ่งและไหเหล่านี้ทั้งหมด เชื่อว่าต้องมีมูลค่ามหาศาลทีเดียว หลวงปู่เพิ่ม ท่านตระหนักว่าท่านเป็นสงฆ์ ไม่อาจแตะต้องสมบัติอันมีค่าเหล่านี้ได้ เพราะเจ้าของเขาไม่ได้ถวายและยังไม่แจ้งชัดว่าของเหล่านี้เป็นของผู้ใดมาฝังไว้ ท่านจึงเกลี่ยดินและเศษใบไม้ข้างๆ ลงมาปิดโพรงนั้นไว้ก่อน จากนั้นท่านจึงเดินกลับขึ้นกุฏิโดยไม่บอกเรื่องนี้แก่ผู้ใด

 

 

หากคิดไปสมบัติเหล่านี้อาจเป็นของคนโบราณ ที่เจ้าของเคยนำมาฝังไว้ในเขตวัดนี้มานานแล้ว หรือไม่ก็อาจเป็นไปได้ว่าดวงจิตวิญญาณเจ้าของสมบัติ เขารับรู้ในความคิดของ หลวงปู่เพิ่ม ว่าท่านต้องการปัจจัยมาซ่อมแซมโบสถ์ เขาจึงนำสมบัติเหล่านี้ให้เคลื่อนที่มาจากใต้ดินเพื่อให้ท่านเห็น แล้วนำสมบัติเหล่านี้ไปให้เป็นทุนเพื่อซ่อมแซมโบสถ์ซึ่งนับเป็นการสร้างบุญกุศลก็เป็นได้ เมื่อเวลาผ่านไปจนบ่ายคล้อยของวันเดียวกันนั้น หลวงปู่เพิ่ม ท่านเห็นว่าไม่มีแขกและวัดก็เงียบปลอดจากญาติโยม หลวงปู่เพิ่ม จึงเอนกายพักผ่อนเอาแรง ขณะจิตดิ่งลงสู่ความสงบ ท่านก็นิมิตเห็นมีชายผู้หนึ่งแต่งกายแบบโบราณ ชายผู้นี้เดินตรงมาหาท่านกราบนมัสการแล้วกล่าวว่า

 

 

“กระผมเป็นเจ้าของสมบัติที่ท่านพบเมื่อรุ่งสาง กระผมเฝ้าดูท่านมานานแล้ว รับรู้ว่าท่านมีจิตศรัทธาต้องการซ่อมแซมโบสถ์ขึ้นใหม่ แต่เนื่องจากญาติโยมในแถบวัดอัตคัดขัดสนจึงไม่อาจซ่อมแซมโบสถ์ได้ สมบัติที่ท่านเห็นเมื่อรุ่งสางนั้น กระผมได้ฝังสมบัติเหล่านี้เอาไว้นานแล้ว ปล่อยทิ้งไว้ก็เปล่าประโยชน์ จึงขอถวายสมบัติเหล่านี้เพื่อนำไปเป็นปัจจัยซ่อมแซมโบสถ์ ในคืนนี้เมื่อปลอดคนแล้วขอให้ท่านนำพระลูกวัดไปขุดเอาสมบัติเหล่านั้นขึ้นมาเถิด กระผมขอถวายสมบัติทั้งหมดเพื่อบำรุงศาสนาต่อไป” กล่าวจบร่างของชายโบราณนั้นก็หายไป

 

 

หลวงปู่เพิ่ม ตื่นจากจำวัดแล้วก็ทบทวนความฝัน และเชื่อว่านิมิตดังกล่าวคงเป็นความประสงค์ของวิญญาณเจ้าของทรัพย์นั้นจริง ในคืนนั้นท่านจึงบอกให้พระลูกวัดมาช่วยกันขุดสมบัติดังกล่าว ได้นำสมบัติเหล่านั้นมาเป็นปัจจัยซ่อมแซมโบสถ์จนแล้วเสร็จ ทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ณ วัดกลางบางแก้ว เป็นเรื่องที่รู้กันในหมู่พระภิกษุสงฆ์ภายในวัดยุคนั้น เป็นเรื่องราวครั้งเก่าที่เกิดขึ้นจริงสมควรนำมาบันทึกและเผยแพร่ดังนี้

 

 

Cr…หนังสือ ๑๐๘ อาถรรพ์ โดย ปางบรรพ์